รวบสองคู่หูนักเรียนนักเลง เด็กอุเทนฯ โชว์พาวอวดสาว บุกล้างแค้นคู่อริเด็กเทคโนบางกะปิ หลังมีเรื่องทะเลาะกันในปั๊มน้ำมัน ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่พี่ชายหน้าคล้ายคู่อริเดินมาเปิดประตูรับเคราะห์แทนโดนยิงเสียชีวิตคา ประตูบ้าน วันนี้ (29 ก.ค.) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมกันแถลงผลตำรวจสืบสวน สน.มีนบุรี จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายชวลิต หรือ หมู พงศ์เพ็ชร อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/393 ซอยพึ่งมี 52 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และ นายปรัชญา หรือ กรุ๊ป ปานมณี อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/25 ซอยเสรีไทย 16 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา พร้อมของกลางอาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 ยี่ห้อเทารัส จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 2 นัด รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟิโน่ ทะเบียน วลว 189 กทม.ที่ใช้ก่อเหตุ และเสื้อยืดสีน้ำเงิน และกางเกงสีครีมที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุรพล หรือ วาน ชูเลิศ ซึ่งเป็นอดีตนักศึกษาเทคโนบางกะปิ ได้เดินทางไปร่วมงานสังสรรค์ที่ จ.สมุทรปราการ ระหว่างเดินทางกลับได้แวะที่ปั๊มน้ำมัน ถนนศรีนครินทร์ เจอกับ นายชวลิต แล้วมีปากเสียงกันทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จึงสร้างความโกรธแค้นให้นายชวลิต ต่อมาวันที่ 25 ก.ค.นายชวิต จึงชักชวน นายปรัชญา เพื่อนร่วมสถาบันให้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้าน นายสุรพล แล้วเรียก นายสุรพล ให้ออกมาพบที่หน้าบ้าน แต่ นายปิยะพงษ์ ชูเลิศ ซึ่งเป็นพี่ชายนายสุรพล ได้เดินออกมาเปิดประตูที่หน้าบ้าน นายชวลิต คิดว่า เป็น นายสุรพล เพราะมีใบหน้าคล้ายกันจึงชักอาวุธปืนออกมายิง 4 นัดซ้อน จน นายปิยะพงษ์ เสียชีวิตคาที่บริเวณประตูบ้าน
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ระหว่างเกิดเหตุ นายสุรพล ได้กลับมาบ้าน และเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ขณะที่คนร้ายทั้ง 2 กำลังหลบหนี พร้อมจำได้ว่าคนร้าย คือ นายชวลิต ที่เคยมีเรื่องมาก่อน จึงแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุม นายชวลิตได้ในที่สุด ภายในบ้านพักย่านพระโขนง และจับกุม นายปรัชญา ได้ที่บ้านพักย่านเสรีไทย ส่วนปืนของกลางคนร้ายสารภาพว่า หลังก่อเหตุได้นำไปฝากเพื่อนซึ่งเป็นเด็กวัดทุ่งลานนา ย่านพระโขนง ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น พร้อมนำตัวส่งศาล จ.มีนบุรี ในวันนี้
ด้าน นางสมรัตน์ มะเตอรกรี มารดาของผู้ตายพร้อมด้วยญาติจำนวนหนึ่งเดินทางมาร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้ง นี้ กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าโศกภายหลังสูญเสียลูกชาย ว่า ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับลูกชายของตนเอง เพราะปกติลูกชายเป็นคนดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร และคิดว่าสิ่งที่ผู้ต้องหาทำลงไปนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพียงเพราะต้องการจะโชว์ให้ผู้หญิง เห็นว่า ตัวเองเก่งยิงคนได้ เพราะจำได้แม่นยำว่าวันเกิดเหตุวันนั้น มีผู้หญิงสาววัยรุ่นซ้อนท้ายคนยิงมาด้วย ซึ่งที่ผ่านมา พยายามตักเตือนลูกชายตลอด ว่า อย่าได้ไปมีเรื่องทะเลาะกับใคร เพราะเคยเห็นในข่าวทีวีมาหลายครั้งแล้ว การยกพวกตีกันแก้แค้นกันไม่เป็นผลดีเลย ตนในฐานะที่เป็นแม่ก็ไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีกขอให้มันจบลง แค่ลูกชายของตนเองเป็นคนสุดท้ายก็พอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ นางสมรัตน์ กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่นั้น ป้าของผู้ตายถึงกับอดรนทนไม่ไหวต่อการกระทำของผู้ต้องหา โดยเฉพาะคนยิงหลานชายได้เดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ต้องหาลงมาจากห้องแถลงข่าว แล้วอาศัยจังหวะเจ้าหน้าที่ตำรวจเผลอได้เข้าไปตบตีผู้ต้องหาด้วยความโกรธ แค้น จนตำรวจต้องเข้าห้ามปราม จากนั้นรีบนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองขึ้นรถควบคุมตัวกลับไปสอบสวนทันที
manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9530000104580
แก้ไม่ได้ซักที ปัญหา นักเลง ใน โรงเรียน