กองหลังแห่งชาติ
เขียนโดย อันโตนีโอ ลับบาเต้ 7ก.ค.53ก่อนถึงศึกฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ 2010 กัปตันทีมชาติอิตาลี ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ได้นั่งลงและชี้แจงต่อหน้าสื่อว่า “ไม่มีใครเล่นเกมรับได้อย่างพวกเรา” ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ตกรอบจากทัวร์นาเมนต์นี้ เขายอมรับว่าหัวใจสำคัญในการเล่นของอิตาลีได้หายไปจากที่ที่เคยอยู่ “การเสียประตูอย่างสุดวิสัย รวมไปถึงการเสียประตูจากลูกทุ่ม แสดงให้เห็นว่าบางสิ่งที่สำคัญในประวัติศาสตร์การกีฬาของเราได้พังทลายลงไปแล้ว”
บอสอิตาลีคนใหม่ เชซาเร่ ปรันเดลลี่ ต้องเริ่มงานในยุคของเขากับความจริงที่ว่านี้ หากว่าอิตาลีต้องการจะกลับมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอีกครั้งหนึ่ง ปรันเดลลี่ จะต้องสร้างทีมที่มีส่วนผสมของธรรมเนียมการเล่นแบบอิตาเลี่ยน ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นสองรองใคร
นี่จะเป็นคำถามที่ตอบยาก ผู้เล่นที่ไว้ใจได้ทั้งในเรื่องของความสามารถและความฉลาดทางแท็คติคดูเหมือนจะขาดตอนไปในรุ่นนี้ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมอิตาลีถึงต้องไปเล่นฟุตบอลโลกด้วยนักเตะวัยเกือบ 37 ปีอย่าง คันนาวาโร่ และ จานลูก้า ซามบร็อตต้า วัย 33 ปี และนั่นยังไม่ได้รวมความจริงที่ว่ากองหลังในเซเรีย อาที่ดีที่สุดในปีก่อนคือ อเลสซานโดร เนสต้า วัย 34 ปี
การที่ คันนาวาโร่ เลิกเล่นทีมชาติแล้ว และ ซามบร็อตต้า ก็กำลังจะตามไป หลายฝ่ายจึงได้แต่คอยดูแผงหลังในยุคของ ปรันเดลลี่ ว่าหน้าตาจะเป็นเช่นไร ในบรรดาผู้เล่นที่ได้เล่นในแอฟริกาใต้ที่ผ่านมามีเพียง จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เท่านั้นที่มั่นใจว่าจะได้อยู่ในทีมของ ปรันเดลลี่ ชุดลุยศึกยูโร 2012 รอบคัดเลือก ส่วนคนอื่นๆอย่าง คริสเตียน มาจโจ้, โดเมนิโก้ คริสชิโต้, ซัลวาตอเร่ บ็อคเค็ตติ และ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ทั้งหมดนี้ติดทีมชาติรวมกันแค่ 23 ครั้ง และยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะ
ถ้า ปรันเดลลี่ หวังว่าจะได้เห็นเกมรับของฟุตบอลอิตาเลี่ยน เขาจะต้องหาทีมที่มีผู้เล่นพร้อมด้วยศักยภาพที่ดี แต่ในตอนนี้ยังมีจำนวนน้อยที่จะการันตีผลงานได้จริงๆ ปรันเดลลี่ จึงต้องหวังให้สโมสรในอิตาลีปลุกปั่นผู้เล่นให้พร้อมรับมือกับศึกระดับชาติ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีของอิตาลีเอง
ยูเวนตุสจะเป็นทีมที่น่าสนใจสำหรับ ปรันเดลลี่ ทันที่ที่คิดถึงเกมรับ นอกจากจะมี คิเอลลินี่ อยู่แล้ว ยักษ์ใหญ่จากตูรินยังซื้อ โบนุชชี่ มาในราคา 15 ล้านยูโร ซึ่งก็ยังต้องดูกันต่อไปว่าจะเป็นการซื้อที่คุ้มค่าหรือน่าอดสู หลังจากที่ย้ายมาจากบารี่
การได้ตัว มาร์โก ม็อตต้า ถือว่าน่าสนใจสำหรับ ปรันเดลลี่ เช่นกัน อดีตกัปตันทีมชาติชุดยู-21พร้อมทั้ง ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสทรี่ ของฟิออเร็นติน่า น่าจะทำให้ มาจโจ้ และ มาทเทีย คาสซานี่ ต้องรีดฟอร์มแข่งขันกันมากขึ้น เมื่อ อิลชีที ครุ่นคิดหาแบ็คขวาของเขา
เปลี่ยนไปดูอีกฝั่งหนึ่งกันบ้าง คริสชิโต้ เริ่มจะมีประสบการณ์ระดับชาติมากขึ้น จากที่ได้เล่นเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงในแอฟริกาใต้ถึงสามเกม แต่ก็ยังมีหลายครั้งที่เขาดูเหมือนเด็กเมื่อต้องมาเล่นในเกมของผู้ใหญ่ เขายังขลาดกลัวเกินไป และดูเหมือนเขาจะขาดบุคลิกที่ต้องมีในการเล่นให้ทีมชาติอย่างอิตาลี อีกทั้งเขายังไม่ได้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คให้เจนัวด้วยซ้ำไป
ที่ให้ มิมโม่ เป็นตัวเก็ง เพราะคิดว่าในเวลานี้ยังไม่มีแบ็คซ้ายคนไหนที่พร้อมจะมาแทนที่เขาในตำแหน่งนี้ได้ ดาวิเด ซานตอน ผู้ที่เล่นแบ็คขวาได้ด้วย ถือว่าเป็นความหวังใหม่อย่างแน่นอน แต่สำหรับเขาแล้วต้องลงเล่นให้อินเตอร์อย่างสม่ำเสมอเสียก่อน
พูดถึง เปาโล เด เชเญ่ ที่บางคนกล่าวขวัญว่าเขาจะเป็นอนาคตของทีมชาติ แต่เขายังเล่นเกมรับได้ไม่เหนียวแน่นเท่าที่ควร ดังนั้นมันก็ไม่เสียหายอะไรที่ ปรันเดลลี่ จะมองไปที่ เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ จากปาแลร์โม่ เขาอายุ 29 ปีเข้าไปแล้ว แต่ศึกยูโรครั้งต่อไปก็ใช้เวลาแค่ 2 ปีเท่านั้น
การจะให้ คิเอลลินี่ ไปเล่นแบ็คซ้ายนั้น ปรันเดลลี่ ก็น่าจะพิจารณาอย่างแน่นอน เหมือนอย่างที่ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ เคยทำมาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม แผนการนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อเจ้าตัวแสดงให้เห็นว่าเขาเล่นได้ถึงระดับที่ต้องการ
ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่า บ็อคเค็ตติ จะพัฒนาไปอีกเยอะ และ ฟาเบียโน่ ซานตาครอเช่ จะมีโอกาสติดทีมชาติ แต่คนที่เป็นความหวังสูงสุดของอิตาลีคือ อันเดรีย ราน็อคเคีย ที่เกิดเมื่อปี 1988 ดาวเตะทีมชาติชุดยู 21 เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของบารี่เมื่อฤดูกาลที่แล้วควบคู่กับ โบนุชชี่ จนเมื่อเข่าของเขามีอาการบาดเจ็บ หากเขาไม่ต้องผ่าตัดก็คงจะได้ไปแอฟริกาใต้อย่างแน่นอน
แต่ข้อกังขาของ ราน็อคเคีย ก็ยังมีอยู่เยอะ ไม่เพียงแค่สภาพความฟิตของเขาที่ต้องพิสูจน์หลังจากต้องพักมากกว่าหกเดือน และเรายังไม่แน่ใจว่าเขาจะเล่นให้สโมสรใดในปีหน้านี้ อินเตอร์ใกล้จะได้สัญญาครึ่งหนึ่งกับเจนัวแล้ว แต่เกิดอะไรขึ้น แล้วอะไรที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าความสามารถของเด็กคนนี้จะไม่มาเสียของที่เก้าอี้สำรอง เพื่อประโยชน์ของเจ้าตัวและกับ ปรันเดลลี่ ด้วย
ขอขอบคุณ
http://www.football-italia.net/blogs/bloghome.html
*หมายเหตุ*เจ้าของบทความเขียนไว้เมื่อ 7ก.ค. แต่ผมเพิ่งเอามาแปล ในตอนนั้นอินเตอร์ยังไม่ได้สัญญาร่วมกับเจนัวในตัว ราน็อคเคีย และในปัจจุบันนี้ อินเตอร์ได้สัญญาเรียบร้อยแล้ว แต่ ราน็อคเคีย จะเล่นกับเจนัวหนึ่งฤดูกาล